ตี1.05 กับ A Cinderella Story

posted on 08 Nov 2007 00:47 by sushimean




วันนี้เรียนเสร็จ 21.30 น.

ขับรถกลับบ้านพร้อมกับความน่าเบื่อเพราะอากาศวันนี้ มันชั่งหนาวแล้วก็
ดูเหงาๆบอกไม่ถูกไม่ชอบเลยบรรยากาศแบบนี้ ไม่รู้จะโทรหาใครดี จะโทรหาเพื่อน ก็คงจะชวนไปนั่ง
ร้านเหล้า ร้านเดิมที่ นานๆไปทีก็จะสนุกดี แต่ นี้เล่นกันทุกวัน ทุกคืน ก็น่าเบื่อเหมือนกันนะ
อยากไปนั่งร้านแถว ทาวอินทาว บ้าง ร้านดี บรรยากาศเยี่ยม เหมาะสำหรับนั่งคุย
แต่ไม่มีเพื่อนไปนั่งแนวนั้น เพราะ เค้าว่ามันแพง....หรือว่าพวกนายกินเหล้าเยอะเกินไปละ..

ระหว่างทาง..
 นั่งฟังเพลง ขับรถกลับบ้าน ช่วงนี้ติดเพลง ของเอ็ม...The star..
เปิดฟังแล้ว เฮ้ย เพราะวะ เพลงแม่งโดนดี เลยฟังกันหลายรอบหน่อย
mp3 นี้ เล่นซ้ำได้หลายรอบ ไม่ต้องกลัวแผ่นเป็นรอย เราก็พวก ชอบบริโภคmp3 ซะด้วยดิ

ใช้เวลา 30 นาทีถึงบ้าน ....คำถามแรกเมื่อถึงบ้านก็ถามตัวเองว่า ทำไรดีวะ
อ่านหนังสือดีกว่า information security ยังไม่get เลยอ่านซะหน่อยดีกว่า
อ่านได้ สักแป๊ป เฮ้ยยย เปลี่ยนใจดีกว่า     ดูDvd ดีกว่า อากาศยังงี้
น่าดูหนังวะ  แต่...เครื่องเล่น DVD ตัวหลัก ดันเดี้ยง เลยต้องไปค้นตัวเก่าจากห้องเก็บของมาดูแทน

เสียบไป เสียบมา เห้ย ใช้ได้แล้วเว้ย ดูไรดี....
แน่นอนละ บรรยากาศเงียบๆเหงาๆ เย็นแบบนี้ คงไม่พ้นหนังรักๆ
เรื่อง...ที่ดูไปหลายรอบละ น่าจะรอบที่4 ได้แล้วมั่ง ดูทีไร คิดถึงเธอคนนั้นทุกทีเลย



ดูหนังเรื่องนี้ไปหลายรอบแล้ว ดูทีไรก็ ยิ่งสุขใจถึงแม้จะอยู่คนเดียวอีกตามเคย
ยังดีนะที่เรามี laptop ประสิทธภาพสูงอยู่ด้วยเลยทำให้ ไม่เหงาอย่างที่ควรจะเป็น



อันนี้ก็ภาพเล็กๆส่วนนึ่งจากหนัง ไง ดูทีไรก็ทำให้ยิ้มได้ทุกที
เมื่อไรจะมีแบบนี้กับเค้าบ้างละเนี้ย



แต่สิ่งนึ่งที่ทำให้ดูหนังเรื่องนี้หลายรอบ ก็นางเอกไง
น่ารักมากมาย ยังงี้นี้ใช่เลย อิอิ
อ้วนไปหน่อย แต่ก็ โอนะกับ บุคลิค แนวนี้ น่าสนใจดี คิดว่าไงละ

ถึงตอนนี้ก็ยังไม่อยากนอนเลย นอนไม่หลับ
แต่พรุ่งนี้ต้องไปมหาลัยต่อ ไปทำเรื่อง ขอข้อมูลทำ Thesis...
น่าจะจบกันเทอมหน้าแหละ คิดว่านะ ...
ส่วนตอนนี้ก็ 

The Step up moive.... รอบที่5 ได้แล้ว หนุกดีนะ
เคยดูกันรึยังละ

ฟุ้งซ่าน...กราฟฟิค

posted on 31 Oct 2007 00:13 by sushimean
ง่าไม่ได้กลับมาที่นี้นานเลย
แต่ต้องขอบคุณ เว็บhi5 ที่ทำให้อยากกลับมาเขียนเล่าเรื่องราวของตัวเองอีก
เพราะช่วงนี้ กระแสhi5 ก็ แรงกว่าปรกติเพราะไปไหนก็จะมีแต่คนพูดถึง



ส่วนวันนี้ความจริงต้องอ่านหนังสือเตรียม thesis ใหม่ เพราะของเก่าที่ทำมา
ทำผิดหมดเลย ต้องทำความเข้าใจใหม่แล้ว เขียนขึ้นมาใหม่อีกรอบ
เพราะดันไปทำข้ามขั้นตอนนี้ ดิเรา ให้ตายเถอะ โรบิน...
แต่ก็เอานะอย่างน้อยตอนนี้เราก็พอจะมองออกแล้ว ว่าต้องทำยังไงต่อไป สู้ต่อไป
โค้งสุดท้ายละก้จะไปถึงฝันที่หวานมายาวนาน....



ง่า ก็เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงทำ สารนิพนธ์บวกกับ ตอนนี้เป็นสมาชิก rapidshare ไปเรียบร้อย
ก็เลย ค่อนข้าง กลับมาคลั่ง photoshop ใหม่อีกรอบ แต่กลับมาคราวนี้ก็กลับมา คลั่งไคร่
หัว บรัชของ ps รวมถึงพวก action ต่างๆที่เป็นเหมือนสาคริบ สำเร็จรูปเพียงกด ก็ได้เสียว ทันใจ
แน่นอนละว่าเล่น ps มานานเกือบจะ 8ปีแล้ว แต่ก็พึ่งมาสนุกกับการใช้หัวบรัชก้ช่วงนี้แหละ
เพราะเดี๋ยวนี้หัวบรัชแปลกๆออกมาเพียบ ออกมาสู้กับ พวก ภาพสำเร็จรูป อย่างพวก vector ที่ใช้
ใน illustratorคืออาจจะมีมานานแล้ว ละมั่งแต่ ผมพึ่งจะสังเกตว่าช่วงนี้มีหัวบรัชแปลกๆออกมาเพียบเลย
เอาไว้ใช้ทำงานแนว pop art ละมั่ง สวยดี  นี้ก็เลย เอารูปพวก illustrator ใส่เข้ามาเยอะๆจะได้น่าอ่าน
แล้วดูมีสีสันดี นะ



ส่วนรูปภาพพวกเนี้ยก็อย่าพึ่งตกใจนะ ก็ ไป ตัดมาจากพวก หนังสือ Art book ของลุงฝรั่งเค้า
แล้วเอามา แปะๆ คือว่าชอบมากๆแต่ทำเองไม่เป็นแหะ สีคงจะทุเรศกว่านี้อีกเยอะ
เราเลยต้องใช้ ของที่มีอยู่แล้วให้เป็นประโยช์น

ง่า ต่อๆ สงสัยใช่มั้ยว่าเรา ไปหาหัวบรัชสวยๆมาจากไหน
ก็มาจากเว็บพวก รวมไฟล์ rapid ไง ก็ไปหาๆมาแล้วเอามาแต่งๆงานของเราให้ดูมีราศีขึ้น
เพราะถ้าลำพังฝีมือ เห้ยของกระผมงานคงออกจะมาโคตรเสี่ยวเลย

ไว้เดี๋ยวจะเขียนใหม่อีกอันแล้วเอามาให้ดูระหว่าง
งานที่ไม่มีหัวบรัชกะงานที่ใส่หัวบรัชไปแล้ว ฮาๆ คงมีไรให้ ชวนอ๊วกแตกก็งานนี้แหละ


เรียนไมเก่งแล้วไง

posted on 18 Feb 2007 07:57 by sushimean
17กพ 50 ปี แห่งความอึดอัดในวันไหว้ ที่บ้านคุณย่า

จากเล็กจนโตก็โดนดูถูกมากพอละ มาวันนี้อายุ ก็ปาเข้าไป 25 แล้ว ยังไม่มีงานทำเลย
[คำตอบมันอยู่ในนี้ลองอ่านให้จบก่อนดีมั้ย]

ก็ไปไหว้ปรกติเหมือนทุกๆปี แต่ก็ยัง โดน ผู้ใหญ่ ญาติๆที่สนิทๆกันมาแต่เด็ก พูดจา
"ดูถูก แดกดัน" ในเชิงที่ว่า อายุขนาดนี้แล้วยังไม่มีงานทำอีกหรอ
[เวลาเราหิวเราไปขอพวกเค้ากินหรอ เพราะตั้งแต่ อายุครบ18 ก็ ช่วยที่บ้านทำงานมาเรื่อย]
เพราะญาติฝ่ายพ่อ กะแม่ ไม่ถูกกัน แล้วไงแม่เราไม่ได้ ไปขอเค้ากินนี้
แล้วทำไม เจอกันปีละครั้งไมมันต้องเจอคำถามเชิง ดูถูก ตลอดเวลา ดูถูกเราพอว่า
แต่ทำไมต้อง ลามไปถึงแม่เราด้วยบางคนคิดว่า มีเงินเท่านี้แล้วทำอะไรก็ได้
แต่พอมองกันดีๆ เห็นท่าทางการเข้าครัวก็รู้แล้ว ว่า "ทำกับข้าวไม่เก่ง" อาการมันฟ้อง
แต่จากวันนั้นถึงวันนี้ สิ่งทียังเหมือนๆกันอยู่ทุกที คือ

คนเรียนไม่เก่ง คือคนทำต้องอยู่สุดท้ายของแถวเสมอในสายตาของคนที่มีธุรกิจส่วนตัว
หรือคนที่มีเงิน ซึ่งผมมองว่าพวกเค้าก็เก่งนะที่หาเงินได้ด้วยตัวเองโดยไม่เป็นลูกจ้างใคร
แต่ในขณะเดียวกัน พวกเค้าก็ไม่ควรที่จะดูถูกคน ไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตาม
เพราะทุกคนเกิดมา ยืนบนพื้นแผ่นดินเดียวกัน มีสิทธิ์เท่าเทียบกัน
แต่ในเมื่อ พวกมันพยายามจะดูถูก

คนเรียนไม่เก่งอย่างผม ผมจะทำให้เห็นว่า คนๆมีอะไรดีมากกว่า ...ลูกๆของพวกท่านเยอะ
และผมตั้งใจที่จะก้าวไปอย่างเงียบๆ รอวันที่ผม มีอย่างพวกมัน
ผมจะทำให้คนทั้งโลกรู้ว่า อย่าดูถูก
คนเรียนไม่เก่ง
คนที่เคยอยู่หลังห้องเรียนตลอด
คนที่แม่งไม่เคยคิดที่จะอ่านหนังสือ เรียนก่อนสอบเลย
คนที่เอาแต่เล่นโน่น เล่นนี้ไม่ยอมแตะหนังสือวิชาอื่นเลย นอกจากวิชาคอมพิวเตอร์
คนที่เที่ยวอาทิตย์ละ 8วัน เป็นเวลาหลายๆเดือน
คนที่เรียนป ตรี 5 ปี เพราะผมติดกิจกรรม ผมทำเพราะทำชอบที่จะร่วมกิจกรรม
คนที่บ้า และกล้าที่จะก้าวเดินเข้าสู่ ค่ายทหาร เป็นเวลา 6 เดือน
คนที่เป็นนักกีฬา คณะ ผมเล่นบาสนะ แต่ก็แค่หมูๆ สนามคนนึ่งเท่านั้น

จบ ปริญญา ตรี ด้านคอมพิวเตอร์ แล้วสมัครเป็นทหาร... เพราะแค่ต้องการ
หาคำตอบให้ตัวเองว่า หนอนคอมพิวเตอร์อย่างเรา จะอยู่ในค่ายทหาร ได้มั้ย

ซึ่งคนพวกนี้ สิ่งนึ่งที่ผมมอง บางคนอยู่ในบริษัทมา เป็นสิบปี แล้วถึง
แยกออกมาเปิดกิจการของตัวเอง บางคนทำไม่ถึงสิบปี อาจจะแค่ เวลาสั้นๆ
ก็ออกมาเปิด เปิดแล้วรุ่ง ผลที่ออกมาก็จะมีความมั่นใจสูงเพราะสร้างตัวเองได้
ในขณะเดียวกัน คำพูด คำจาของคนพวกนี้ไม่สนหรอกว่าใครจะคิดยังไง
มันก็จะพูดไปเพราะมันไม่ได้ขอใครกิน นี้ จริงมั้ย
แต่....ทำไมต้องมาแดก หลานตัวเอง

ทำไมไม่หาคู่ชกที่มันสมน้ำสมเนื้อกันละ
มีความสุขกันนักรึ กับการ แดกดันหลานตัวเอง

ซึ่งในวงสนทนานั้นก็ จะคุยกันเรื่องธุรกิจรวมๆ ซึ่งผมก็ชอบที่จะฟัง
เพราะถึงคุยกับเค้าก็คงคุยกันไม่รู้เรื่องเพราะผมมัน มนุษย์คอมพิวเตอร์
ผมพูดแต่ภาษาคอมพิวเตอร์ คงเป็นเพราะผมเรียนมาทางด้านนี้ละมั่ง
พวกเค้าเลยไม่มีใครอยากจะสนทนาด้วย บวกกับ ผม เสือกเกิดมาเรียนไม่เก่งไง
ในหัวผมเรียนรู้แต่

เรื่องของการตลาดบนเว็บ [Search engine Marketing]
เขียนแค่นี้คงรู้ๆกันเพราะมันเป็นเรื่องที่มีมานานแล้ว แต่ใหม่ในตอนนี้ จริงมะ
แต่ไม่้ต้องตื่นเต้นกับผมหรอก เพราะผมแค่ เรียนรู้ หรืออ่านมันจากห้องสมุดมหาลัย
ผมเรียนด้วยตัวเอง ไม่ต้องกลัว ผมไม่ได้เก่งมากมายหรอก

เรื่องของคอมพิวเตอร์
[ทุกอย่างที่มันรันบนเครื่องขนาด 14.4 ของผมได้ผมก็พร้อมที่จะไปตามกับ]

เรื่องของ ศิลป
[Graphic ,art , animationทั้งหลายในโลกที่ผมสามารถเสพมันได้]

คงเป็นเพราะผมรู้เพียงแค่นี้ละมั่ง
ทำให้พวกเค้าไม่ค่อยอยากจะสนทนากับคนห่วยๆอย่างผม
เพราะผมเรียนจบตรีมาแค่ 2.0 เอง จากมหาลัยศรีปทุม
ม เอกชน ที่ตอนนี้ก็ดังอย่างเงียบๆ เป็นไงบ้างละ รู้สึกว่าผมมันกระจอกใช่มั้ยละ

ผมหายไปไหนทำไม25 ยังไม่ทำงาน
ผมเรียนจบอายุตอน23 ปลายๆ...
ผมก็บินไปอยู่มาเลเซีย ไปเป็นเด็กจัดสินค้าใน store ตอนเช้าผมไปเรียนภาษา
ตอนเย็นผมไปทำงานพิเศษ ผมอยู่ที่นั้น สี่เดือน

ผมกลับมาอยู่ประเทศไทย 2อาทิตย์

ผมบินไปอเมริกา ไปเรียนภาษากับทำงานเป็นเด็กเก็บโต๊ะ
ผมอยู่นั้นหกเดือน ที่บ้านออกให้แต่ค่าเรียนหนังสือ ส่วนรายจ่ายทั้งหมดผมออกเอง
เงินเที่ยว เงินซื้อของ ผมรับเงินสดวันละ 100เหรียญ/ 6ชั่วโมงต่อวัน
ผมกลับมากรุงเทพ ก็อยู่บ้านเดือนนึ่ง แล้วเดินหน้าสมัครทหาร
เพราะอยากตอบคำถามตัวอย่างในหลายๆคำถามที่มีอยู่ในหัว
จากหลังผมกลับมาเรียนต่อ ปริญญา โท ที่ศรีปทุม....

นี้ไงละช่วงเวลานึ่งของคนห่วยๆที่พวกเค้ามักจะดูถูกผมตลอดเวลา
เมื่อวานไป โดนแม่งดูถูกตั้งแต่หายใจเข้าบ้าน ยันขึ้นรถกลับบ้าน
ผมคิดนะวันนึ่งผมต้องมี และต้องมีมากกว่าพวกเค้า
แล้ววันนั้นผมจะไปแบบไม่พูดจาดูถูกใคร เผื่อบอกให้รู้ว่า
มีเงิน ไม่ได้หมายความว่ามีสิทธิ์ ดูถูกคนไปเสียหมด....

ขอบคุณ Exteen.com ที่มีที่ให้ผมได้ระบายความป่วนแปลของอารมณ์ผม
ผ่านตัวอักษรเหล่านี้ ไดอารี่ บทนี้คงไม่มีสีสันมากมายเหมือน บทความอื่น
ที่ผมเขียนเกี่ยวกับตัวเอง เพราะผมอยากให้มันมีแค่ 2สี คือขาวกับ ดำ

ขอบคุณครับ